แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ (tablet computer)

มาตรฐาน

แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ (tablet computer)

หลายๆคนพอพูดถึง “แท็บเล็ต – Tablet” แล้วอาจจะงงว่ามันคืออะไร ?? แต่ถ้าพูดว่า iPad, Samsung Galaxy Tab แล้วล่ะก็ต้องร้อง อ๋อ กันแน่นอนซึ่ง iPad และ Samsung Galaxy Tab นั้นจริงๆแล้วเป็นเพียงแค่ชื่อรุ่นเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้วตัวเครื่องเหล่านี้จะเรียกกันว่า “แท็บเล็ต – Tablet”

“แท็บเล็ต – Tablet” ในความหมายแท้จริงแล้วก็คือแผ่นจารึกที่เอาไว้บันทึกข้อความต่างๆโดยการเขียน (อาจจะเป็นกระดาษ, ดิน, ขี้ผื้ง, ไม้) และมีการใช้กันมานานแล้วในอดีต แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ใช้แนวคิดนี้ขึ้นมาแทนที่ซึ่งมีหลายบริษัทได้ให้คำนิยามที่แตกต่างกันไป หลักๆแล้วก็มี 2 ความหมายด้วยกันคือ “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC (Tablet Personal Computer)” และ “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer” หรือเรียกสั้นๆว่า “แท็บเล็ต – Tablet”
แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC (Tablet personal computer)
“แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC (Tablet personal computer)” คือ “เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถพกพาได้และใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก ออกแบบให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเอง” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากหลังจากทาง Microsoft ได้ทำการเปิดตัว Microsoft Tablet PC ในปี 2001 แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไปและไม่เป็นที่นิยมมากนัก
“แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” ไม่เหมือนกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ Laptops ตรงที่อาจจะไม่มีแป้นพิมพ์ในการใช้งาน แต่อาจจะใช้แป้นพิมพ์เสมือนจริงในการใช้งานแทน (มีแป้นพิมพ์ปรากฎบนหน้าจอใช้การสัมผัสในการพิมพ์) “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” ทุกเครื่องจะมีอุปกรณ์ไร้สายสำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและระบบเครือข่ายภายใน
ภาพ HP Compaq tablet PC ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows


แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer หรือ แท็บเล็ต – Tablet
“แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer” หรือเรียกสั้นๆว่า “แท็บเล็ต – Tablet” คือ “เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ในขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางและใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก มีคีย์บอร์ดเสมือนจริงหรือปากกาดิจิตอลในการใช้งานแทนที่แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด และมีความหมายครอบคลุมถึงโน๊คบุ๊คแบบ convertible ที่มีหน้าจอแบบสัมผัสและมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดติดมาด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบหมุนหรือแบบสไลด์ก็ตาม”
ซึ่งทางบริษัท Apple ผู้ผลิต “ไอแพด – iPad” ได้เรียกอุปกรณ์ของตัวเองว่าเป็น “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer” เครื่องแรก
ภาพ Apple iPad
ความแตกต่างระหว่าง “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet computer” และ “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC”
เริ่มแรก “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” จะใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม x86 ของ Intel เป็นพื้นฐานและมีการปรับแต่งนำเอาระบบปฏิบัติการหรือ OS ของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ Personal Computer – PC มาทำให้สามารถใช้การสัมผัสในการทำงานได้ ตัวอย่างเช่น Windows 7 หรือ Ubuntu Linux แทนที่จะใช้แป้นพิมพ์คีย์บอร์ดหรือเมาส์ และเนื่องจากเป็นการรวมกันระหว่างระบบปฏิบัติการ Windows และหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ของ Intel ทำให้มีคนเรียกกันว่า “Wintel”
ต่อมาในปี 2010 ได้เกิดแท็บเล็ตที่แตกต่างจาก “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” ขึ้นมาโดยไม่มีการยึดติดกับ Wintel แต่ไปใช้ระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนนั่นก็คือ “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer หรือเรียกสั้นๆว่า แท็บเล็ต – Tablet” ซึ่งจะใช้หน้าจอแบบ capacitive แทนที่ resistive ทำให้สามารถสัมผัสโดยการใช้นิ้วได้โดยตรงและสัมผัสพร้อมกันทีละหลายจุดได้หรือ multi-touch ประกอบกับการใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM แทนซึ่งสถาปัตยกรรม ARM นี้ทำให้แท็บเล็ตนั้นมีการใช้งานได้ยาวนานกว่าสถาปัตยกรรม x86 ของ Intel หลายๆคนคงจะรู้จักแท็บเล็ตตัวนี้กันเป็นอย่างดีนั้นก็คือ ไอแพด (iPad) นั้นเอง
** สรุปความหมายของแท็บเล็ตสั้นๆ ก็คือ คอมพิวเตอร์พกพาหรือคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางที่มีหน้าจอแบบสัมผัสในการใช้งานเป็นหลัก

แต่นั่นก็เป็นมุมมองของแต่ละบริษัทและแต่ละคนว่าจะเรียกมันว่าอะไร ในอนาคตอาจจะมีการนิยามคำว่า แท็บเล็ต ใหม่ให้มันกระชับและครอบคลุมมากกว่านี้ก็ได้ครับ
เรียบเรียงโดย isack แหล่งข้อมูลจาก

เน็ตบุ๊ค (netbook or laptop)

มาตรฐาน

เน็ตบุ๊ค (Netbook)? คืออะไร

Netbook

-คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กประมาณ 8.9 นิ้ว บางค่ายก็มี 10 นิ้ว

-ใช้ซีพียูของ Intel Atom เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่สามารถเทียบความเร็วกับ Core 2 ได้เลย

-จำกัดแรม ส่วนใหญ่ไม่เกิน 2 GB

-ฮาร์ดดิกส์ อาจเป็นได้ทั้ง hard disk หรือ ใช้ เทคโนโลยีโซลิด สเตท SSD ซึ่งมีความจุต่ำมาก เมื่อเทียบกับ hard disk ปกติ เน็ตบุ๊คบางรุ่น บางยี่ห้อก็ได้ hard disk เหมือนกัน

-มี Wireless, Web Cam, BlueTooth

-ส่วนใหญ่ไม่มี CD-ROM Drive

-น้ำหนักต่ำกว่า 2 KG

-สำหรับราคาคือ หลักหมื่น

ความสามารถของ เน็ตบุ๊ค (Netbook)

ชื่อ ก็เป็นตัวบ่งบอกแล้วว่า คือ เน็ต หรือ อินเตอร์เน็ต นั่นเอง? นั่นหมายความว่า เหมาะสำหรับเล่นอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่สำหรับเล่นเกมส์ ดังนั้น สำหรับน้องๆ ที่จะตั้งใจซื้อเพื่อไปเล่นเกมส์ก็คงผิดหวังเป็นอย่างแรง และอีกวัตถุประสงค์อีกอย่างหนึ่งของผู้ผลิตก็คือ สำหรับนิสิตนักศึกษา รวมทั้งเหมาะสำหรับงานพรีเซ็นเทชั่น เท่านั้นเอง ..

คำแนะนำเล็กน้อยสำหรับผู้ใช้งาน เน็ตบุ๊ค

เนื่อง จากประสิทธิภาของเน็ตบุ๊คค่อนข้างจำกัด ดังนั้นการเลื่อกใช้โปรแกรม ควรเลือกใช้โปรแกรมที่ต้องการคุณสมบัติของเครื่องคอมฯ ที่ไม่สูงนัก สำหรับระบบปฏิบัติการแนะนำให้ใช้?Windows XP แทน Windos Vista?เหตุผลคือ Windows Vista ต้องการคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพสูง?และอีกโปรแกรมหนึ่งที่สำคัญ?คือ Microsoft Office ซึ่งเวอร์ชั่นที่แนะนำให้ใช้คือ Micrsoft?Office 2003 แทนที่ Office 2007? ซึ่งรับรองว่าจะสามารถทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่อย่าหวังน่ะครับว่า จะเร็วเหมือนเครื่อง Desktop รุ่นที่ซื้อใหม่ๆ เหมือนกัน

Netbook จากค่ายต่างๆ

  • Acer เรียกชื่อว่า Aspire ONE
  • Asus เรียกชื่อว่า EeePC
  • HP? เรียกชื่อว่า Mini-Note
  • Lenovo เรียกชือว่า IdeaPad
  • SVOA เรียกชื่อว่า I-buddy

โน้ตบุ๊ค (notebook or laptop)

มาตรฐาน

Notebook

การเลือกซื้อ Notebook เป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกที่ต้องพูดถึง ไม่งั้นไม่ใช่เว็บที่เกี่ยวกับ Notebook  เอาความหมายก่อนแล้วกันนะครับ

Notebook หมายถึง สมุดจด แฮะๆ ล้อเล่นครับ  ไม่ใช่สมุดจดแน่ๆ  ฝรั่งนิยมเรียก Laptop มากกว่า Notebook ทำไมถึงเรียกว่า Laptop เป็นการเรียกตามลักษณะการใช้งาน  คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Personal Computer หรือ PC เจ้า PC ถ้าเราแบ่งตามการใช้งานจะแบ่งเป็น 2 ประเภท

Desktop ComputerDesktop Computer หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

ลักษณะการใช้งานคือวางไว้บนโต๊ะ ถ้าไม่วางบนโต๊ะลำบากแน่ๆ   ก็เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันทั่วไป สายอีรุงตุงนัง เกะกะ เคลื่อนย้ายที่ต้องเรียกคนช่วย ลองไปดูด้านหลัง โอ้โหยังกับป่าดงดิบ จะต่อจะเสียบอะไรที ไม่อยากจะยุ่งเลยครับ เป็นรุ่นเก่านะครับ ปัจจุบันมีประเภท All-in-One เหมือนกันแต่แพงกว่าทุกประเภท

Laptop on LapNotebook หรือ Laptop Computer การใช้งานไม่จำเป็นต้องวางบนโต๊ะ สามารถพาไปไหนมาไหนได้สะดวก   ช่วงแรกๆ ภาพที่เห็นคือ เป็นกล่องสี่เหลี่ยมแบนๆ แล้วนางแบบหรือนายแบบวางบนตักเล่น   ตักในภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Lap ส่วน Top แปลว่าด้านบน  แปลรวมกันก็คอมบนตัก   แต่บ้านเราไม่ใช้ “คอมพิวเตอร์ตั้งตัก”   และจริงๆ Notebook ก็มีที่มา คือ ลักษณะคล้ายสมุดจด แบนๆ สี่เหลี่ยนเปิดพับได้ เหมือนสมุดจด นั่นล่ะครับเป็นที่มา และการเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ดูจะได้อารมณ์กว่าเรียกแบบแปลตรงตัว ส่วนการใช้คงไม่ต้องนอนเล่นแบบน้องเค้านะครับ เพราะไม่น่าจะถนัด

ถ้าจะเอาความหมายเป็นทางการหน่อย Notebook ก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่พกพาได้สะดวก มีน้ำหนักประมาณ 1-3 กก. หรือมากกว่านี้ก็มีให้เห็น  สามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี และจากปลั๊กไฟโดยตรงก็ได้  ส่วนประกอบต่างๆ เพื่อรวมเป็นคอมพิวเตอร์เหมือน Desktop แต่ทั้ง CPU จอ ลำโพง  แป้นพิมพ์ เมาส์  ถูกจับมารวมไว้ในตัวเดียวกัน  ช่วงแรกๆ ประสิทธิภาพจะด้อยกว่าและแพงกว่าตั้งโต๊ะ แต่ปัจจุบันต้องเรียกว่าไม่แพ้เลยทีเดียว  และว่ากันว่าจะมาแทนที่ Desktop ด้วยซ้ำไป ก็ไม่ผิดหรอกครับที่จะมาแทนที่ เพราะปี พ.ศ.2552 ถามคน 10 คนที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่  8 คน เลือก Notebook

ไมโครคอมพิวเตอร์ (microcomputer)

มาตรฐาน

ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer)

จาก Eduzones Elibrary, สารานุกรมฟรี

ไมโครคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก บางคนเห็นว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานส่วนบุคคล หรือเรียกว่า พีซี (Personal Computer : PC) สามารถใช้เป็นเครื่องต่อเชื่อมในเครือข่าย หรือใช้เป็นเครื่องปลายทาง (terminal) ซึ่งอาจจะทำหน้าที่เป็นเพียงอุปกรณ์รับและแสดงผลสำหรับป้อนข้อมูลและดูผลลัพธ์ โดยดำเนินการการประมวลผลบนเครื่องอื่นในเครือข่าย อาจจะกล่าวได้ว่าไมโครคอมพิวเตอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผลกลางเป็นไมโครโพรเซสเซอร์ ใช้งานง่าย ทำงานในลักษณะส่วนบุคคลได้ สามารถแบ่งแยกไมโครคอมพิวเตอร์ตามขนาดของเครื่องได้ดังนี้

คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (desktop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กถูกออกแบบมาให้ตั้งบนโต๊ะ มีการแยกชิ้นส่วนประกอบเป็น ซีพียู จอภาพ และแผงแป้งอักขระ

แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ (laptop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่วางใช้งานบนตักได้ จอภาพที่ใช้เป็นแบบแบนราบชนิดจอภาพผนึกเหลว (Liquid Crystal Display : LCD) น้ำหนักของเครื่องประมาณ 3-8 กิโลกรัม

โน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ (notebook computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดและความหนามากกว่าแล็ปท็อป น้ำหนักประมาณ 1.5-3 กิโลกรัม จอภาพแสดงผลเป็นแบบราบชนิดมีทั้งแบบแสดงผลสีเดียว หรือแบบหลายสี โน้ตบุ๊คที่มีขายทั่วไปมีประสิทธิภาพและความสามารถเหมือน กับแล็ปท็อป

ปาล์มท็อปคอมพิวเตอร์ (palmtop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานเฉพาะอย่าง เช่นเป็นพจนานุกรม เป็นสมุดจนบันทึกประจำวัน บันทึกการนัดหมายและการเก็บข้อมูลเฉพาะบางอย่างที่สามารถพกพาติดตัวไปมาได้สะดวก

ที่มา โครงการพัฒนาความรู้


ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer)

               ไมโคร คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ มี ขนาด เล็ก บาง คน เห็น ว่า เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ ใช้ งาน ส่วน บุคคล หรือ เรียก ว่า พี ซี (Personal Computer : PC) สามารถ ใช้ เป็นเครื่องต่อ เชื่อม ใน เครือ ข่าย หรือ ใช้ เป็นเครื่องปลาย ทาง (terminal) ซึ่ง อาจ จะ ทำ หน้า ที่ เป็น เพียง อุปกรณ์ รับ และ แสดง ผล สำหรับ ป้อน ข้อ มูล และ ดู ผล ลัพธ์ โดย ดำ เนิน การ การ ประมวล ผล บนเครื่องอื่น ใน เครือ ข่าย อาจ จะ กล่าว ได้ ว่า ไมโคร คอมพิวเตอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ มี หน่วย ประมวล ผล กลาง เป็น ไมโคร โพรเซสเซอร ์ ใช้ งาน ง่าย ทำ งาน ใน ลักษณะ ส่วน บุคคล ได้ สามารถ แบ่ง แยก ไมโคร คอมพิวเตอร์ ตาม ขนาด ของเครื่องได้ ดัง นี้

คอมพิวเตอร์ แบบ ตั้ง โต๊ะ (desktop computer) เป็น ไมโคร คอมพิวเตอร์ ที่ มี ขนาด เล็ก ถูก ออก แบบ มา ให้ ตั้ง บน โต๊ะ มี การ แยก ชิ้น ส่วน ประกอบ เป็น ซี พียู จอ ภาพ และ แผง แป้ง อักขระ

แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ (laptop computer) เป็น ไมโคร คอมพิวเตอร์ ขนาด เล็ก ที่ วาง ใช้ งาน บน ตัก ได้ จอ ภาพ ที่ ใช้ เป็น แบบ แบน ราบ ชนิด จอ ภาพ ผนึก เหลว (Liquid Crystal Display : LCD) น้ำ หนัก ของเครื่องประมาณ 3-8 กิโลกรัม

โน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ (notebook computer) เป็น ไมโคร คอมพิวเตอร์ ที่ มี ขนาด และ ความ หนา มาก กว่าแล็ปท็อ ป น้ำหนัก ประมาณ 1.5-3 กิโลกรัมจอ ภาพ แสดง ผล เป็น แบบ ราบ ชนิด มี ทั้ง แบบ แสดง ผล สี เดียว หรือ แบบ หลาย สี โน้ตบุ๊คที่ มี ขาย ทั่ว ไป มี ประสิทธิภาพ และ ความ สามารถ เหมือน กับแล็ปท็อ ป

มินิคอมพิวเตอร์ (minicomputer)

มาตรฐาน

มินิคอมพิวเตอร์
(mini computer)

มินิคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องที่สามารถใช้งานพร้อม
ๆ กันได้หลายคน จึงมีเครื่องปลายทางต่อได้
มินิคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีราคาสูงกว่าสถานีงานวิศวกรรม
นำมาใช้สำหรับประมวลผลในงานสารสนเทศขององค์การขนาดกลาง
จนถึงองค์การขนาดใหญ่ที่มีการวางระบบเป็นเครือข่ายเพื่อใช้งานร่วมกัน
เช่น งานบัญชีและการเงิน งานออกแบบทางวิศวกรรม
งานควบคุมการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

มินิคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณืที่สำคัญในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์การที่เรียกว่าเครื่อให้บริการ
(server) มีหน้าที่ให้บริการกับผู้ใช้บริการ
(client) เช่น ให้บริการแฟ้มข้อมูล
ให้บริการข้อมูล ให้บริการช่วยในการคำนวณ
และการสื่อสาร

เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (mainframe computer)

มาตรฐาน

เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (mainframe
computer)

เมนเฟรมคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีการพัฒนามาตั้งแต่เริ่มแรก
เหตุที่เรียกว่า
เมนเฟรมคอมพิวเตอร์เพราะตัวเครื่องประกอบด้วยตู้ขนาดใหญ่ที่ภายในตู้มีชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง
ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเมนเฟรมคอมพิวเตอร์มีขนาดลดลงมาก

เมนเฟรมเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีราคาสูงมาก
มักอยู่ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักขององค์การ
และต้องอยู่ในห้องที่มีการควบคุมอุณหภูมิและมีการดูแลรักษาเป็นอย่างดี

บริษัทผู้ผลิตเมนเฟรมได้พัฒนาขีดความสามารถของเครื่องให้สูงขึ้น
ข้อเด่นของการใช้เมนเฟรมอยู่ที่งานที่ต้องการให้มีระบบศูนย์กลาง
และกระจายการใช้งานไปเป็นจำนวนมาก เช่น
ระบบเอทีเอ็มซึ่งเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่จัดการโดยเครื่องเมนเฟรม
อย่างไรก็ตามขนาดของเมนเฟรมและมินิคอมพิวเตอร์ก็ยากที่จะจำแนกจากกันให้เห็นชัด

ปัจจุบันเมนเฟรมได้รับความนิยมน้อยลง
ทั้งนี้เพราะคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมีประสิทธิภาพและความสามารถดีขึ้น ราคาถูกลง
ขณะเดียวกันระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็ดีขึ้นจนทำให้การใช้งานบนเครือข่ายกระทำได้เหมือนการใช้งานบนเมนเฟรม

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์

มาตรฐาน

                         

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (supercomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถสูงที่สุดในกลุ่มมีขนาดใหญ่ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) สามารถประมวลผลข้อมูลในปริมาณมากรวมถึงการประมวลผลงานที่มีรูปแบบอันซับซ้อน มีความรวดเร็วในการคำนวณได้มากกว่าหนึ่งล้านล้านต่อวินาที ( 1 Trillion calculations per second ) ภายในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สามารถรองรับโปรเซสเซอร์ได้มากกว่า 100 ตัว หน่ายวัดความเร็วของคอมพิวเตอร์นี้คือ หน่วยกิกะฟลอบ (Gigaflop)

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับงานคำนวณที่ต้องมีการคำนวณตัวเลขจำนวนหลายล้านตัวภายในเวลาอันรวดเร็ว เช่น งานพยากรณ์อากาศ ที่ต้องนำข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอากาศทั้งระดับภาคพื้นดิน และระดับชึ้นบรรยากาศเพื่อดูการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของอากาศ งานนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงมาก นอกจากนี้มีงานอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) ซึ่งมีความเร็วสูง เช่น งานการวิจัยนิวเคลียร์ งานควบคุมทางอวกาศ งานประมวลผลภาพทางการแพทย์ ด้านการทหาร วิศวกรรมเคมีภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น การสร้างโมเดลที่สามารถประมวลผลด้านความซับซ้อนสูงในการจำลองการประมวลผลต่างๆ รวมทั่วใช้วิจัยพันธุกรรมในมนุษย์หรือโครงสร้างดีเอ็นเอ ซึ่งมีมากกว่า 80,000 ถึง 100,000 ยีนในร่างกายของมนุษย์ งานด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะทางด้านเคมี เภสัชวิทยา และงานด้านวิศวกรรมการออกแบบ และเนื่องจากราคาของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) สูงมาก จึงมักมีการใช้งานเฉพาะด้านเท่านั้น หน่วยงานที่มีกำลังความสามารถในการนำไปใช้เพื่องานวิจัย ก็คือหน่วยงานขององค์การรัฐบาล ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มากและมหาวิทยาลัย